พันธุ์กล้วย และกล้วยพันธุ์ใหม่

 
เบญจมาศ ศิลาย้อย1 ฉลองชัย แบบประเสริฐ1 และ กัลยาณี สุวิทวัส2
1ภาควิชาพืชสวน  คณะเกษตร
2สถานีวิจัยปากช่อง  สถาบันอินทรีจันทรสถิตย์เพื่อการค้นคว้าและพัฒนาพืชศาสตร์
มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
โทร. 0-2942-8555

พันธุ์กล้วย
    กล้วยเป็นพืชเมืองร้อน และมีถิ่นกำเนิดอยู่ในทวีปเอเชีย โดยเฉพาะเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งมีประเทศไทยอยู่รวมด้วย ดั้งนั้นในประเทศไทยจึงพบว่ามีกล้วยอยู่หลายพันธุ์ ทั้งกล้วยป่า และกล้วยที่ปลูกตามบ้าน ซึ่งจากการสำรวจในปี พ.ศ. 2522 - 2525 โดย Silayoi and Babpraserth (1983) ได้ทำการสำรวจกล้วยจาก 39 จังหวัด จากภาคต่าง ๆ โดยเลือกตัวแทนของจังหวัดตามแนวเศรษฐกิจการเกษตร ได้กล้วยทั้งหมด 323 สายพันธุ์ แต่เมื่อนำมาจำแนกชนิดโดยวิธีของ Simmonds & Shepherd (1955) ซึ่งเป็นการให้คะแนน 15 ลักษณะที่เหมือนกล้วยป่า (Musa acuminata) และกล้วยตานี (Musa balbisiana) โดยถือว่าทั้ง 2 ชนิดเป็นบรรพบุรุษของกล้วยปลูก ประกอบกับการนับจำนวนโครโมโซม พบว่ามี 59 สายพันธุ์ หลังจากปี พ.ศ. 2525 ผู้วิจัยยังได้ทำการเก็บรวบรวมกล้วย และทำการจำแนกต่อมาจนถึงปัจจุบัน นอกจากกล้วยในประเทศไทยแล้วยังได้มีการนำเข้ากล้วยจากต่างประเทศด้วย ดังนั้นกล้วยที่ปลูกกันอยู่จึงมีเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ โดยเป็นพันธุ์กล้วยป่าซึ่งอาจจะนำมาปลูกเพื่อเป็นไม้ประดับมีทั้งหมดประมาณ 23 ชนิด ส่วนกล้วยปลูกมีทั้งหมดประมาณ 70 ชนิด ดังนี้

กล้วยป่า
    1. กล้วยป่า (Wild Acuminata) มี กล้วยป่ามูเซอร์ กล้วยป่าระยอง กล้วยแข้ กล้วยป่าสงขลา กล้วยทอง
    2. กล้วยป่าจากต่างประเทศ มี กล้วยฟลาวา (Pisang flava) กล้วยสีกัน (Pisang segun) และกล้วยป่าอบิสซีเนีย
    3. กล้วยตานี (Wild Balbisiana) มี กล้วยตานีเหนือ กล้วยตานีอีสาน กล้วยตานีใต้ กล้วยตานีดำ (นำมาจากประเทศฟิลิปปินส์)
    4. กล้วยป่า (Wild Itinerans) มี กล้วยหก กล้วยแดง
    5. Wild Rhodochlamys มี กล้วยบัวสีชมพู กล้วยบัวสีส้ม กล้วยรุ่งอรุณ
    6. Wild Ensete มี กล้วยผา กล้วยนวล กล้วยนวลแดง
    7. Wild Callimusa มี กล้วยรัตกัทลี กล้วยทหารพราน
    8. Wild Australimusa มี กล้วยอะบากา

กล้วยกินได้
    1. กล้วยกินได้ (Acuminata cultivars)
       - AA group มี กล้วยไข่ กล้วยเล็บมือนาง กล้วยหอมจันทร์ กล้วยทองร่วง กล้วยน้ำนม กล้วยไข่จีน กล้วยไล กล้วยสา กล้วยหอมจำปา กล้วยหอม กล้วยทองกาบดำ กล้วยอัมเพียง กล้วยมานัง กล้วยแดงเล็ก
       - AAA group มี กล้วยนาก กล้วยครั่ง กล้วยกุ้งเขียว กล้วยหอมเขียวค่อม กล้วยหอมแกรนด์เนน กล้วยหอมวิลเลี่ยมส์ กล้วยหอมโฮชูชู กล้วยหอมเสียนเจนเชียว กล้วยหอมโคคอส กล้วยหอมเขียวไต้หวัน กล้วยหอมอุมาลอก กล้วยหอมฮัมเวย์ กล้วยหอมพจมาน กล้วยหอมทอง กล้วยหอมทองไต้หวัน กล้วยหอมไฮเกท กล้วยคลองจัง กล้วยไข่บอง กล้วยหอมแม๊ว
    2. กล้วยกินได้ลูกผสม (Acuminata x Balbisiana)
       - AB group มี กล้วยเนย์
       - AAB group มี กล้วยน้ำฝาด กล้วยนมสวรรค์ กล้วยร้อยหวี กล้วยหวาน กล้วยไข่โบราณ กล้วยทองเดช กล้วยนางนวล กล้วยน้ำ กล้วยกล้าย กล้วยงาช้าง กล้วยนิ้วจรเข้ กล้วยขม กล้วยนมสาว กล้วยคอร์นแพลนเทน
       - ABB group มี กล้วยเปลือกหนา กล้วยนมหมี กล้วยพญา กล้วยหักมุกขาว กล้วยหักมุกเขียว กล้วยส้ม กล้วยตีบ กล้วยน้ำว้า กล้วยน้ำว้าขาว กล้วยน้ำว้าแดง กล้วยน้ำว้าค่อม กล้วยน้ำว้านวล กล้วยน้ำว้าดำ กล้วยโอกินาวา
       - ABBB group มี กล้วยเทพรส
       - AABB group มี กล้วยเงิน
    3. กล้วยกินได้ (Balbisiana cultivars)
       - BBB group มี กล้วยเล็บช้างกุด กล้วยพม่าแหกคุก กล้วยเทพพนม กล้วยหิน กล้วยคาดาบา

กล้วยพันธุ์ใหม่
    ภาควิชาพืชสวนได้ทำการวิจัยเรื่องกล้วยมานาน สำหรับกล้วยไข่ได้ทำการวิจัยเพื่อให้ได้พันธุ์ใหม่ตั้งแต่ปี 2534 โดยทำการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อ และใช้ทั้งสารเคมี และรังสีแกมมาในการปรับปรุงพันธุ์ โดยไม่ได้มีการผสมพันธุ์ ทั้งนี้เพราะกล้วยไข่ไม่มีเมล็ด ผลการวิจัยพบว่าได้กล้วยไข่ที่กลายพันธุ์เป็นพันธุ์ใหม่ ดังนี้
    1. กล้วยเบพ (BEP) ได้เริ่มทำการทดลองเมื่อ พ.ศ. 2538 โดยใช้สาร oryzalin กับต้นที่เพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อ และปลูกเปรียบเทียบกับต้นปกติเมื่อปี พ.ศ. 2540 พบความผิดปกติ ซึ่งมีลักษณะเตี้ยมาก จึงให้เป็นกล้วยไข่ประดับ และได้ทำการปลูกทดลองดูความคงตัวของพันธุ์ และทำการจดทะเบียบพันธุ์เมื่อปี พ.ศ. 2543
    2. กล้วยไข่เกษตรศาสตร์บานาน่า ได้มีการทดลองใช้รังสีแกมมากับกล้วยตั้งแต่ปี พ.ศ. 2537 เพื่อการทดลองในเบื้องต้น และต่อมาในปี พ.ศ. 2541 ได้ทำการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อกล้วยไข่จากจังหวัดกำแพงเพชร และนำมาฉายรังสีแกมมา จากนั้นในปี พ.ศ. 2543 ได้นำไปปลูกที่จังหวัดนครสวรรค์ เพื่อทดสอบสายพันธุ์ รูปร่าง ลักษณะของผลสด การเจริญเติบโต และคุณภาพของผล ในปี 2544 พบว่ามีพันธุ์ที่กลายไป 5 พันธุ์ จึงให้ชื่อว่า เกษตรศาสตร์บานาน่า หรือ ก.บ. 1, 2, 3, 4 และ 5 (Kasetsart Banana or K.B. 1, 2, 3, 4 and 5) และในปี พ.ศ. 2545 - 2546 ได้ทำการปลูกทั้ง 5 พันธุ์ เปรียบเทียบกับพันธุ์ปกติ ที่สถานีวิจัยปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา พบว่า ก.บ. 1, 2, 3 และ 5 มีความคงที่ ส่วน ก.บ. 4 ไม่คงที่ และได้ทำการตรวจสอบ DNA ด้วยเทคนิค SRAP พบว่าทุกสายพันธุ์มีความแตกต่าง แสดงให้เห็นว่า กล้วย ก.บ. ทุกสายพันธุ์มีการกลายพันธุ์จริง จึงได้ขึ้นทะเบียนพันธุ์ ก.บ.1,2,3 และ 5 ไว้ที่มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ และกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ต่อไป
    3. กล้วยบัวสีส้ม ได้ทำการทดลองในปี พ.ศ. 2543-2545 ใช้รังสีแกมมากับกล้วยบัว ได้ดอกกล้วยบัวที่ต่างไป โดยมีกลีบที่หนาและแข็ง สีสดใส กำลังทำการขึ้นทะเบียนพันธุ์อยู่